Showing posts with label opencode. Show all posts
Showing posts with label opencode. Show all posts

Thursday, October 15, 2026

[Important - OpenCode] OpenCode ประกาศเปลี่ยนผ่านสู่ V2! สรุปคู่มือ Migration และฟิลด์ที่ถูกลบถาวร

ถ้าใครใช้ OpenCode แล้วจู่ๆ เปิดไฟล์ Config ใน VSCode ขึ้นมาเจอแจ้งเตือน Deprecated ทั้งที่เมื่อวานยังใช้ได้ปกติ ไม่ต้องตกใจไปครับ! บทความนี้จะสรุปสาเหตุ ไทม์ไลน์การย้ายจาก V1 ไป V2 พร้อมวิธีจัดการ Config ให้เข้าที่เข้าทางกันครับ


ทำไมจู่ๆ ถึงขึ้นเตือน Deprecated? (Timeline & Migration)

สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากโปรแกรม OpenCode Runtime มีปัญหา แต่เป็นเพราะไทม์ไลน์การอัปเดตของตัวระบบ, Schema ฝั่ง Server และ VSCode ดังนี้ครับ:

  • ปล่อย V2 เวอร์ชันใหม่: OpenCode V2 เริ่มปล่อย Beta ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2026 และเปิดตัวเวอร์ชัน 2.0 อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ 20 กรกฎาคม 2026
  • ช่วง Push Phase (30 ก.ย. – 6 ต.ค. 2026): ในเวอร์ชัน v1.18.34 / v1.18.35 / v1.19.0 ตัวคำสั่ง /update ถูกเปลี่ยน Endpoint จากเดิมที่เคยดึง Patch ย่อยของ V1 ให้หันไปโหลดและติดตั้ง V2 แทน โดยจะไม่มีการ Auto-update บังคับข้ามเวอร์ชัน และไม่มี Hard EOL ตัดการทำงานเด็ดขาด
  • Server อัปเดต Schema (14 ต.ค. 2026): ในเวอร์ชัน V2 2.0.29 ตัว Schema กลางบน Server ถูกอัปเดตให้ระบุว่าฟิลด์ V1 ติดสถานะ Deprecated
  • VSCode ดึง Schema ใหม่มาตรวจ: พอ VSCode รีสตาร์ทหรือเคลียร์แคช ตัว Editor เลยไปดึง Schema ใหม่จาก URL ($schema: https://opencode.ai/config.json) มาเช็ก ทำให้แสดงเตือน Deprecated บนฟิลด์เดิมทันที

สรุปสั้นๆ: ตัวโปรแกรมกับ Schema กลางเปลี่ยนเป็น V2 แล้ว ฟิลด์ V1 ในไฟล์ JSON เดิมเลยโดนเตือนใน Editor แต่ตัว OpenCode V2 Runtime ยังใจดี อ่านและแปลงค่าเดิมแบบ In-memory normalization ให้ทำงานต่อได้ตามปกติครับ

Friday, October 9, 2026

[OpenCode] เจาะลึก customize-opencode: Built-in Skill หัวใจสำคัญสำหรับการตั้งค่า OpenCode ให้ถูกต้องและปลอดภัย

ในการพัฒนาและใช้งาน OpenCode การตั้งค่าไฟล์คอนฟิกอย่างถูกต้องถือเป็นเรื่องวิกฤต เพราะหากระบุฟิลด์ผิดเพียงเล็กน้อย ระบบจะปฏิเสธการทำงานทันทีด้วย ConfigInvalidError ตัวระบบจึงออกแบบ Built-in Skill ที่ชื่อว่า customize-opencode ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ควบคุมและนำทางการแก้ไขคอนฟิกของ OpenCode โดยเฉพาะ


1. บทบาทและหน้าที่หลักของ customize-opencode

Skill นี้ถูกปรับแต่งระดับ Core (ผ่าน packages/core/src/plugin/skill.ts) อยู่ในตำแหน่ง <built-in> จึงไม่ใช่ไฟล์สคริปต์ทั่วไป โดยมีหน้าที่หลักดังนี้:

  • นำทางการแก้ไขคอนฟิกอย่างถูกต้อง: แนะนำ Structure และ Schema ล่าสุดจาก https://opencode.ai/config.json เพื่อป้องกันโครงสร้างไฟล์ผิดพลาด
  • ดูแลขอบเขตการตั้งค่าทั้งหมด: ครอบคลุมการตั้งค่าใน opencode.json, opencode.jsonc, ไฟล์ใน .opencode/ และ ~/.config/opencode/
  • จัดการส่วนประกอบของระบบ: สั่งการสร้างหรือแก้ไข Agents, Subagents, Skills, Plugins, MCP Servers และ Permission Rules
  • ให้แนวทางแก้ไขเมื่อคอนฟิกมีปัญหา (Recovery Escape Hatches): แนะนำการใช้ Environmental Variables เช่น OPENCODE_DISABLE_PROJECT_CONFIG หรือ OPENCODE_PURE เพื่อกู้คืนระบบเมื่อไฟล์คอนฟิกมีปัญหา

Thursday, October 8, 2026

[OpenCode] วิธีจัดการ Built-in Agents และ Subagents ใน OpenCode: ปิด Primary และ Override โมเดล

การปรับแต่งคอนฟิกใน OpenCode เมื่อต้องการเอาเอเจนต์ที่ไม่ต้องการใช้งานออก หรือเปลี่ยนมาใช้เอเจนต์ฉบับของเราแทน สามารถทำได้ดังนี้ครับ:


1. Disable Built-in Primary Agent (plan & build)

หากต้องการปิดการใช้งาน Primary Agent เริ่มต้นอย่าง plan หรือ build สามารถระบุค่า "disable": true ในไฟล์คอนฟิกหลัก (เช่น opencode.json) ได้โดยตรง:

{
  "agent": {
    "plan": {
      "disable": true
    },
    "build": {
      "disable": true
    }
  }
}

เมื่อสั่ง Disable แล้ว ระบบจะไม่เรียกใช้งานเอเจนต์เหล่านี้อีก

[OpenCode] สร้าง Workflow อัตโนมัติใน OpenCode ด้วย Custom Slash Commands

ในการพัฒนาระบบด้วย OpenCode หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า โครงสร้างของ .opencode/commands/ มีไว้ทำอะไร และความแตกต่างระหว่าง Instruction กับ Custom Command คืออะไร ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็ใช้ควบคุม AI ได้เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกบทบาท ศูนย์รวมคำสั่งลัด และแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาซอฟต์แวร์จริง

[OpenCode - Multi-Agent] การจัดโครงสร้าง Subfolder ของ Subagent ใน OpenCode

ในการพัฒนาและจัดระเบียบระบบ Multi-Agent ด้วย OpenCode เมื่อโครงการเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น การจัดเก็บไฟล์ Agent ไว้ที่ Root Directory ทั้งหมดอาจทำให้โปรเจกต์ดูวุ่นวาย การจัดโครงสร้างแบบ Subfolder จึงเป็นทางออกที่ดี แต่รู้หรือไม่ว่า OpenCode มีกลไกการค้นหาและอ้างอิงชื่อ (Name Resolution) ที่มีรายละเอียดสำคัญซึ่ง Dev ต้องควรรู้!


1. โครงสร้างและการค้นหา Agent (Discovery Behavior & Directory Tree)

OpenCode จะสแกนหาไฟล์ .md แบบ Recursive ลึกลงไปในโฟลเดอร์หลัก .opencode/agents/ ไม่ว่าจะซ้อนโฟลเดอร์ย่อยกี่ชั้นก็ตาม โดยจะใช้โครงสร้าง Relative Path มากำหนดชื่อเรียก (Name Resolution) โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น:

.opencode/
└── agents/
    ├── lead.md                 # เรียกใช้ผ่าน @lead
    └── subagents/
        ├── explorer.md         # เรียกใช้ผ่าน @subagents/explorer
        └── tester.md           # เรียกใช้ผ่าน @subagents/tester

หากวางไว้ที่ Root โครงสร้างชื่อจะเป็น @explorer เสมอ แต่ถ้าอยู่ในโฟลเดอร์ย่อย ชื่อเรียกจะถูกแปลงเป็น @subagents/explorer ตามพาธจริง

[OpenCode - Multi-Agent] คู่มือตั้งค่า OpenCode Agent Modes: ควบคุมขอบเขตการทำงาน และจัดโครงสร้าง Multi-Agent

ในสถาปัตยกรรม OpenCode คุณสามารถจัดรูปแบบและขอบเขตการทำงานของ Agent ตามโหมดการทำงานและลำดับขั้น (Hierarchy) เพื่อควบคุมบทบาทหน้าที่ และสิทธิ์ในการเรียกใช้งานได้อย่างชัดเจน ดังนี้:


1. สรุปประเภท Mode: Primary, Subagent และ All

  • Primary Mode: เอเจนต์ระดับบนสุด (Main Orchestrator) เป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจากผู้ใช้ ทำหน้าที่ประมวลผลความต้องการภาพรวม วางแผนงาน และแจกจ่ายคำสั่งย่อยไปยัง Subagents
  • Subagent Mode: เอเจนต์ย่อยเฉพาะทาง ที่รอรับคำสั่งจาก Primary Agent หรือถูกเรียกใช้งานผ่าน @agent_name เพื่อทำภารกิจเฉพาะจุด (เช่น เขียนโค้ด, ตรวจ Security, เขียน Test)
  • All / Dual Mode: โหมดอเนกประสงค์ที่สามารถเป็นได้ทั้ง Primary Agent (คุยตรงกับผู้ใช้) และ Subagent (ถูกเอเจนต์ตัวอื่นเรียกไปช่วยงาน) ขึ้นอยู่กับบริบทของเวิร์กโฟลว์

Wednesday, September 30, 2026

[OpenCode] คู่มือตั้งค่า ความปลอดภัยใน OpenCode: คุม Permissions และปกป้องไฟล์ความลับ

การใช้งาน AI Coding Agent อย่าง OpenCode ช่วยเพิ่มความเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมหาศาล แต่การปล่อยให้ AI ทำงานโดยไม่มีการกำหนดขอบเขตสิทธิ์ที่รัดกุม อาจนำไปสู่ความเสี่ยง เช่น การอ่านไฟล์ความลับ หรือการแก้ไขซอร์สโค้ดโดยไม่ได้อนุญาต บทความนี้สรุปแนวทางการจัดการ Permissions ใน OpenCode แบบถูกต้องตาม Schema และเอกสารทางการล่าสุดครับ


1. โครงสร้างและการตั้งค่า Permissions ใน opencode.json

การจำกัดสิทธิ์ใน OpenCode ทำได้โดยการกำหนดค่าใน opencode.json (ตัวอย่าง) ซึ่งรองรับทั้งการตั้งค่าแบบครอบคลุมและการกำหนดสิทธิ์แบบเจาะจง (Granular Rules):

{
  "$schema": "https://opencode.ai/config.json",
  "permission": {
    "bash": {
"*rm*": "ask", "*Remove-Item*": "ask", "*node -e*": "deny", "*node --eval*": "deny", "*python -c*": "deny", "*python3 -c*": "deny", "*python *.py*": "ask", "*node *.js*": "ask", "*.env*": "deny", "*.env.example*": "allow" }, "read": { "**/.env*": "deny", "**/.env.example": "allow" }, "grep": { "**/.env*": "deny", "**/.env.example": "allow" }, "glob": { "*": "allow" }, "external_directory": { "*": "deny", "~/projects/personal/**": "allow" } }, "share": "manual" }
  • ผลลัพธ์ของสิทธิ์ (Actions): มี 3 ค่าหลัก คือ "allow" (อนุญาตทันที), "ask" (ต้องถามยืนยัน), และ "deny" (ปฏิเสธเด็ดขาด)
  • การใช้ Wildcard Matching: รองรับ * (ตรงกับตัวอักษรใดๆ ในชั้นเดียว), ** (Recursive สแกนทะลุทุก Subdirectory) และ ? (ตรงกับ 1 ตัวอักษร)
  • หลักการอ่านกฎ (Last-Match-Wins): ระบบจะอ่านกฎจากบนลงล่าง กฎข้อสุดท้ายที่ตรงเงื่อนไขจะเป็นกฎที่มีผลจริงเสมอ เช่น การสั่ง "**/.env*": "deny" ไว้ก่อนเพื่อบล็อกไฟล์ .env ทุกรูปแบบแล้วจึงวาง "**/.env.example": "allow" ไว้ด้านล่างสุด เพื่อปลดล็อกให้ใช้เฉพาะไฟล์ตัวอย่างได้

Tuesday, September 29, 2026

[OpenCode] ลองของใหม่! LongCat 2.5 Preview บน OpenCode — AI สายโค้ด Context 1M รองรับโปรเจกต์ยักษ์

สายการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI Coding Tools บน OpenCode ต้องไม่พลาดกับโมเดลแรงรุ่นใหม่อย่าง LongCat 2.5 Preview จาก Meituan ที่เปิดตัวมาเพื่อสายโค้ดดิ้งและเอเจนต์ที่ต้องการประมวลผล Context ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ


เจาะลึกฟีเจอร์เด่น LongCat 2.5 Preview

โมเดลระดับ Trillion Parameters นี้ได้รับการปรับแต่งมาให้ทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อม Dev Tools ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • 1M Long Context Window: รองรับ Context สูงสุดถึง 1,000,000 Tokens วิเคราะห์โค้ดฐานใหญ่ (Codebase) และอ่านเอกสารเชิงลึกได้สบาย
  • Native Tool Calling & Multi-Step Reasoning: ออกแบบมาสำหรับการทำงานแบบเอเจนต์ ตัดสินใจใช้ Tools และวางแผนการแก้ปัญหาโค้ดซับซ้อนได้หลายขั้นตอน
  • Deeply Compatible: เข้ากันได้ดีกับ OpenCode, Claude Code และเครื่องมือพัฒนาชั้นนำ

Thursday, September 24, 2026

[OpenCode - Multi-Agent] ใส่ Model ID ผิด ชีวิตเปลี่ยน! เช็กวิธีหาโค้ดโมเดลที่ถูกต้องใน OpenCode ผ่าน Terminal

การค้นหารหัสโมเดล (Model ID) เพื่อนำไปใช้งานกับเอเจนต์ใน OpenCode สามารถทำได้อย่างรวดเร็วผ่าน OpenCode Terminal / CLI โดยตรง ด้วย 2 ขั้นตอนดังนี้


ขั้นตอนที่ 1: ค้นหาชื่อโมเดลผ่าน Terminal

คุณสามารถพิมพ์คำสั่ง /models ขณะใช้งาน OpenCode TUI หรือรันคำสั่งผ่าน Terminal โดยตรง:

opencode models

ระบบจะแสดงรายชื่อโมเดลทั้งหมดที่พร้อมใช้งาน พร้อมรูปแบบ Provider ID เช่น anthropic/claude-sonnet-4-5, openai/gpt-4o หรือโมเดล Local อย่าง ollama/gemma3:4b

Sunday, September 13, 2026

[OpenCode] opencode/big-pickle คือโมเดลอะไร? ความลับของ Stealth Model ที่ Dev ต้องรู้!

ช่วงนี้ผู้ใช้งาน OpenCode หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นชื่อโมเดลแปลกๆ อย่าง opencode/big-pickle โผล่เข้ามาในระบบ บทความนี้จะสรุปให้ฟังว่าโมเดลนี้คืออะไร ทำไมถึงใช้ชื่อนี้ สิ่งที่มือใหม่ต้องระวัง และควรเลือกใช้โมเดลไหนแทนหากชื่อนี้หายไปครับ


1. opencode/big-pickle คืออะไร?

opencode/big-pickle เป็น Alias หรือชื่อเรียกชั่วคราวของโมเดล AI สายเขียนโค้ดและประมวลผลเชิงลึก (Coding & Reasoning Model) บนบริการ OpenCode (OpenCode Zen)

  • จุดเด่น: เน้นการวิเคราะห์ แก้โจทย์ซับซ้อนหลายขั้นตอน และรองรับการทำงานร่วมกับ Tool/Agent ในการเขียนโปรแกรม
  • สเปก: รองรับ Context Window สูงสุด 200,000 Tokens และจ่าย Output ได้สูงสุด 32,000 Tokens
  • สถานะ: เปิดให้ทดลองใช้งานฟรีผ่าน API และบริการ Zen

[OpenCode] คู่มือตั้งค่า MCP Server ใน OpenCode ฉบับเข้าใจง่าย

สำหรับสาย Developer ที่เริ่มย้ายมาใช้ OpenCode (AI Coding Assistant ตัวแรง) แล้วอยากเพิ่มเครื่องมือเสริมผ่าน MCP (Model Context Protocol) อาจจะเคยเจอการสั่งงานล้มเหลวเพราะ Copy ค่า Config มาจากตัวอื่น เช่น Claude Code หรือ Cursor ตรงๆ ไม่ได้

สาเหตุเพราะ OpenCode มีรูปแบบการตั้งค่า MCP เฉพาะตัวที่ต่างจากเจ้าอื่น วันนี้เราจะพามาดูจุดแตกต่าง พร้อมโครงสร้างแบบครบๆ ทั้ง Local และ Remote ครับ!


ความแตกต่าง: Standard Format vs OpenCode Format

บอทและ CLI ส่วนใหญ่ (เช่น Claude Code, Cursor) จะใช้ key คำว่า mcpServers และแยกคำสั่งหลักกับ Parameter ออกจากกันใน args:

แบบ Standard (ที่ใช้ใน Cursor / Claude Code):

{
  "mcpServers": {
    "playwright": {
      "command": "npx",
      "args": [
        "@playwright/mcp@latest"
      ]
    }
  }
}

แบบ OpenCode (Local MCP Server):

ใน OpenCode จะเปลี่ยน Key หลักเป็น mcp รวมเอาทั้ง command กับ args มาไว้ใน Array เดียวกัน และต้องระบุประเภทเป็น "type": "local":

{
  "mcp": {
    "playwright": {
      "type": "local",
      "command": ["npx", "-y", "@playwright/mcp@latest"],
      "enabled": true
    }
  }
}

Friday, September 11, 2026

[OpenCode] คู่มือตั้งค่า OpenCode: ความแตกต่างระหว่าง Project Config และ Global Config

การจัดโครงสร้างระบบสำหรับ OpenCode ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ AI Agent ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และยืดหยุ่นสูง บทความนี้สรุปโครงสร้างไฟล์ทั้งหมด ทั้งระดับ Global, Project และการตั้งค่า MCP

[OpenCode - Multi-Agent] สร้างทีม AI ส่วนตัวด้วย OpenCode Multi-Agent: เขียนโค้ด ไวขึ้น ปลอดภัย และประหยัด Token

ในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ยุคใหม่ การพึ่งพา AI โมเดลเดียว (Single-Agent) ให้เขียนโค้ด ตรวจ bugs วางโครงสร้าง และทำ Test cases ทั้งหมดพร้อมกัน มักนำไปสู่ปัญหา Context Overload และความผิดพลาดที่สูงขึ้น OpenCode จึงออกแบบสถาปัตยกรรม Multi-Agent Systems ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ


ทำไมต้อง Multi-Agent ใน OpenCode? (WHY)

การกระจายงานให้ AI หลายตัวที่มีหน้าที่เฉพาะทาง มีข้อดีเหนือกว่าการใช้ AI ตัวเดียวดังนี้:

  • ลด Context Drift & Token Pollution: เอเจนต์ย่อยรับฟังเฉพาะคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ทำให้ Context Window ไม่แออัดจนหลงลืมข้อกำหนดหลัก
  • ประหยัดต้นทุน (Cost Efficiency): ให้ Primary Agent ตัวหลักวางแผน แล้วส่งงานย่อยให้โมเดลราคาถูก/ความเร็วสูง ทำแทน
  • แยกความรับผิดชอบชัดเจน (Separation of Concerns): เอเจนต์สำหรับเขียนโค้ดจะไม่ยุ่งกับการแก้โครงสร้างไฟล์ ขณะที่เอเจนต์ตรวจทาน (Reviewer) จะได้รับสิทธิ์แบบ Read-only เพื่อความปลอดภัย

Tuesday, September 8, 2026

[OpenCode] รู้จัก OpenCode Zen: ลองใช้ AI Coding Agent ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องง้อ API Key

สำหรับ Developer ที่อยากเริ่มใช้งาน AI Coding Agent แต่ไม่อยากเสียเวลาตั้งค่า Local LLMs ให้กินสเปกเครื่อง หรือไม่อยากวุ่นวายกับการสมัคร API Key และผูกบัตรเครดิต ทาง OpenCode มีอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดที่เรียกว่า OpenCode Zen มาให้ใช้งานกันครับ

วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า OpenCode Zen คืออะไร มี Free Models เวอร์ชันไหนให้เลือกใช้บ้าง และมีข้อดี-ข้อจำกัดอะไรที่สาย Dev ต้องรู้ก่อนนำไปใช้งานจริงครับ!

[OpenCode] คู่มือใช้ OpenCode ร่วมกับ Ollama: ปลดล็อก AI Coding Agent สาย Local ปลอดภัย 100% ไม่พึ่ง Cloud

หลังจากที่บทความก่อนหน้านี้เราได้วิเคราะห์ประเด็นเรื่อง Privacy ของ OpenCode (opencode.ai) และได้แนะนำวิธีติดตั้งตัวโปรแกรมไปแล้วว่า หากใช้ Cloud LLMs ข้อมูลโค้ดของเราก็ยังถูกส่งออกไปหา Third-party API อยู่ดี

ทางออกเดียวที่จะทำให้การใช้ OpenCode ปลดล็อกความปลอดภัยแบบ 100% Offline & Private คือการรันโมเดลประมวลผลบนเครื่องตัวเอง และเครื่องมือที่ตอบโจทย์และนิยมที่สุดในขณะนี้คือ Ollama วันนี้เราจะมาดูขั้นตอนการตั้งค่าให้ OpenCode เรียกใช้ Local LLMs ผ่าน Ollama แบบจับมือทำกันครับ!

[OpenCode] ทำความรู้จัก OpenCode (opencode.ai): AI Coding Agent สาย Open Source ที่ Dev ทุกคนควรลอง (พร้อมเจาะลึกเรื่อง Privacy)

ในยุคที่ AI Coding Tools กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของนักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น Cursor, GitHub Copilot หรือ Windsurf แต่ปัญหาที่สาย Dev มักจะเจอกันบ่อยๆ คือเรื่องของค่าบริการรายเดือนแบบ Subscription และข้อจำกัดในการเลือกใช้ AI Model รวมถึงความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของซอร์สโค้ดในองค์กร

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ OpenCode (opencode.ai) อีกหนึ่งทางเลือกสาย Open Source ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชน Developer พร้อมวิเคราะห์เจาะลึกว่าคำเคลมเรื่อง Privacy ของเครื่องมือนี้ สรุปแล้วปลอดภัยจริงอย่างที่พูดหรือไม่!

Monday, September 7, 2026

[OpenCode] OpenCode สามารถรัน Web Interface ได้ แต่ไม่ควร!!!

หลายวันก่อนคุยกับเด็กๆ เด็กบอกว่า Codex สั่งจากมือถือไปรันในคอมได้ ด้วยความสงสัยว่า OpenCode มันทำแบบนั้นได้มั้ยนะ และนี่คือ คำตอบ!!! ทำได้ แต่ไม่ควร ขั้นตอนมีดังนี้

  1. เริ่มจากตั้งค่า OPENCODE_SERVER_PASSWORD ให้มันเรียกได้จาก Teerminal อาจจะลองไปตั้งค่าใน System Environment ก่อนก็ได้
  2. รันคำสั่งตามคำสั่งด้านล่างนี้ได้เลย
    opencode web --port 3000 --hostname 0.0.0.0
  3. หลังจากรัน มันจะเปิดหน้าเว็บให้อัตโนมัติ พร้อมให้กรอก username: opencode และ password ตามที่เราตั้งไว้ใน OPENCODE_SERVER_PASSWORD
  4. หลังจากนั้นเราก็เพิ่มโปรเจคของเราลงไป แล้วสั่งงานผ่าน chat ได้เลย
ข้อควรระวัง Project ที่สามารถกดเพิ่มได้ คือ ทุก path ที่เราเข้าถึงได้ เช่น C:/Windows เป็นต้น ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก เพราะฉะนั้นไม่ควร public ออก internet เด็ดขาด ถึงแม้คิดว่า ตั้ง password ได้ปลอดภัยแล้ว

หมายเหตุ หลังจากที่ลองใช้งานแบบ Local การสั่งงานผ่าน Web Interface จะทำงานช้ากว่าแบบ CLI ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นกลับใช้แบบ CLI ดีกว่า